ทำประกันกับบริษัทประกันภัยเจ้าไหนดี

ประกันมีด้วยกันหลายชนิดและหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป เช่นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันออมทรัพย์ ประเภทของประกันก็จะมีประกันแบบเดี่ยว ประกันแบบกลุ่ม ประกันภัยคุ้มครองผู้ขับขี่รถยนต์ได้แก่ประกันชั้น 1, 2, 3 ตามลำดับ ความเหมาะสมของประกันแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เราเลือกใช้ตามการดำเนินวิถีชีวิตของเรา คนที่ทำงานในลักษณะที่มีความเสี่ยงหน่อยอาจจะเลือกประกันที่คุ้มครองในเรื่องของสุขภาพเป็นพิเศษหรือคนที่ต้องการมีเงินไว้ใช้เมื่อยามเกษียณอายุก็เหมาะสมกับการทำประกันเงินเกษียณ ในกรณีที่เรายังไม่รู้ว่าจะทำประกันชนิดไหนเราอาจจะปรึกษาตัวแทนจากบริษัทประกันภัยต่างๆ เพื่อที่จะให้ตัวแทนประเมินในเรื่องของความเสี่ยง เพื่อคำนวณเบี้ยประกันที่เราสามารถจ่ายได้ในแต่ละเดือน ตัวอย่างคนที่ต้องการทำประกันรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้นำมาขับบนท้องถนนหรือนานๆทีนำออกมาใช้โดยส่วนมากแล้วบริษัทประกันภัยจะแนะนำให้ใช้เป็นประกันชั้น 3 หรือชั้น 3+ เพราะนอกจากจะมีการคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 1แล้วยังมีเบี้ยประกันที่ราคาถูกอีกด้วย ในการจ่ายเงินชดเชยบริษัทประกันภัยจะประเมินจากกรมธรรมที่เราได้ทำกับบริษัทนั้นไว้ ในกรณีที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับเราแล้วเงื่อนไขตรงกับการรับประกันโดยส่วนมากแล้วบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมหรือเงินชดเชยให้แต่ผู้เอาประกัน 100% แต่ในบางกรณีก็มีเช่นกันที่บริษัทประกันภัยไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เอาประกัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะเป็นในกรณีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเงื่อนไขที่ไม่ได้อยู่ในการประกัน หรือในตอนตกลงทำประกันนั้นผู้เอาประกันไม่ได้แจ้งหรือจงใจปกปิดข้อมูลบางส่วนมิให้บริษัทประกันรู้ ฉะนั้นเราควรแจ้งข้อมูลทุกอย่างที่เป็นความจริงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ในการเลือกทำประกันกับบริษัทประกันภัยกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของเบี้ยประกันโดส่วนมากแล้วคนที่ซื้อรถใหม่จะมีประกันชั้น 1มาให้พร้อมกับรถเลยซึ่งเบี้ยประกันอาจคิดรวมกับค่าผ่อนชำระรายงวดของรถที่ซื้อแล้ว หรือคนที่กำลังจะทำแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเจ้าไหนดีอาจจะดูข้อมูลจากทางเว็บไซต์ได้ว่าบริษัทประกันภัยไหนที่มีการบริการที่ดี ว่องไวและจ่ายตามจริง อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราจะทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยที่ใดสิ่งที่ต้องคำนึงถึงตลอดเวลาคือการไม่ประมาท เพราะความมีสติอยู่เสมอนั้นจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ เวลาเหนื่อยหรือง่วงนอนไม่ควรขับขี่รถยนต์หรือฝืนขับเพราะอาจทำให้เกิดการหลับในได้